Syndicate content

Thailand

Thailand after the floods: When communities own their change

Flavia Carbonari's picture
Also available in: ภาษาไทย

In 2011, Thailand suffered the worst floods in half a century. The flood crisis impacted more than 13 million people. About 97,000 houses were damaged and entire villages and cities were under water for months.

House in Ayutthaya affected by the 2011 floods
House in Ayutthaya affected by the 2011 floods

Three years later, Thailand has been able to deal with the worst of the impacts but some of the poorest households are still struggling to recover. We visited 10 affected communities in Ayutthaya and Nakhon Sawan as part of the supervision of the Community-based Livelihood Support for Urban Poor Project (SUP). We could still see the water marks on their walls, damaged ceilings, and wobbly structures. The unrepaired houses stuck out but just as striking was the strong sense of community in the area. We were reminded that villagers came together to overcome the worst natural disaster most of them ever witnessed in their lives.

The flooding led to better disaster risk management in the neighborhoods  that are most at risk. Local governments have taken the lead. But the disaster has also, just as importantly, mobilized ordinary citizens in some of the most deprived communities. Here are some of their stories:

ชุมชนหลังน้ำท่วม: สร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยลำแข้งของตัวเอง

Flavia Carbonari's picture
Also available in: English

เมื่อปี 2554 ประเทศไทยประสบภัยพิบัติน้ำท่วมที่เลวร้ายที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ วิกฤตนี้ส่งผลกระทบต่อประชากรกว่า 13 ล้านคน บ้านเรือนราว 97,000 หลังเสียหาย หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านและในตัวเมืองต้องจมอยู่ในน้ำเป็นเดือนๆ

บ้านในจังหวัดอยุธยาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2554
บ้านในจังหวัดอยุธยาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมปี 2554

สามปีต่อมา ประเทศไทยสามารถผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ไปได้ แต่บางครัวเรือนที่ถือได้ว่ายากจนที่สุดนั้นยังคงต้องดิ้นรนที่จะฟื้นฟูตัวเอง เราเดินทางไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบ 10 แห่งในอยุธยา และนครสวรรค์ ภายใต้การดำเนินงานในโครงการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง (ภาษาอังกฤษ) บนกำแพงบ้านยังมีคราบน้ำให้เห็น เพดานถูกทำลาย และโครงสร้างบ้านก็โคลงเคลง เห็นได้ชัดว่า ยังมีบ้านเรือนที่ยังไม่ได้ซ่อมแซม แต่ที่เห็นได้ชัดเหมือนกัน ก็คือ พลังที่เข้มแข็งของชุมชนที่นั่น ทำให้เราตระหนักได้ว่า ชาวบ้านต่างรวมใจกันฟันฝ่าภัยพิบัติธรรมชาติอันเลวร้ายที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยได้พบประสบเจอในชีวิต

น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านในระแวกที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้ ได้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่ดีขึ้น ซึ่งทางเทศบาลได้ดำเนินการนำร่องไปแล้ว แต่ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ภัยพิบัตินี้ยังได้ระดมพลังพลเมืองธรรมดาๆ ในชุมชนที่มีความยากไร้สูงนี้ด้วย นี่คือเรื่องราวบางส่วนของพวกเขา

East Asia and Pacific countries can do better in labor regulation and social protection

Truman Packard's picture

Those unfamiliar with the fast growing emerging economies of East Asia are likely to think that governments in these countries let market forces and capitalism roam free, red in tooth and claw. That was certainly my impression before coming to work in the region, and generally that held at the outset of our work by the group of us that wrote a new World Bank report “East Asia Pacific At Work: Employment, Enterprise and Wellbeing” .

The report shows just how wrong we were. We could be forgiven this impression—many of us had come from assignments in Latin America and the Caribbean or in Europe and Central Asia, where the distortions and rigidities from labor regulation and poorly designed social protection are rife, and where policy makers cast envious looks at the stellar and sustained employment outcomes in East Asia.

Well, it turns out that although they came relatively late to labor regulation and social protection, many governments in the region have entered this arena with gusto. We were surprised to find that, going just by what is written in their labor codes, the average level of employment protection in East Asia is actually higher than the OECD average.

ความปลอดภัยบนท้องถนน…สร้างได้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

Chanin Manopiniwes's picture
Also available in: English

Photo credit: Dennis Thern
ภาพถ่ายโดย Dennis Thern

ในประเทศไทยทุกๆ หนึ่งชั่วโมง อุบัติเหตุบนท้องถนนคร่า 1 ชีวิต จากประชากรทั้งประเทศ 70 ล้านคน อัตราความสูญเสียนี้สามารถบ่งชี้ถึงความปลอดภัยบนท้องถนนได้อย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ?

ข้อมูลจากหน่วยเฝ้าระวังและสะท้อนสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนรายงานว่า อัตราการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงเหลือแค่ 2 ใน 3 ภายในเวลา 10 ปี (เมื่อเทียบกับตัวเลขในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา) อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียจากอุบัติเหตุกลับเพิ่มความรุนแรงขึ้น โอกาสที่ผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส หรือทุพลภาพเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์

เมื่อเทียบกับประเทศอื่นแล้ว ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนนเป็นอันดับ 3 ของโลก! รายงาน Global Status Report on Road Safety โดยองค์การอนามัยโลก พบว่าประเทศไทยมีสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงถึง 38 ราย ต่อประชากร 100,000 รายต่อปี รองจากประเทศเอริเทรีย (48 ราย) และประเทศลิเบีย (41 ราย)

Thailand: Road safety will never happen by accident

Chanin Manopiniwes's picture
Also available in: ภาษาไทย

Photo credit: Dennis Thern
Photo credit: Dennis Thern

In Thailand, road accidents cause about one death every hour—but for a country of almost 70 million people, how does it fare compared to other countries?

Well, before we get to answering that; the good news for the country is that, according to Thailand Road Safety Observatory, overall road accidents, fatalities and injuries all fell roughly by a third over the past decade. But as for the bad news, the probability of crash victims becoming fatally wounded or permanently disabled is higher than ever.

However, the real bad news—despite the authorities’ efforts to prevent accidents—is that, according to the World Health Organization’s Global Status Report on Road Safety 2013, Thailand continues to have one of the highest rates in road fatalities. In fact, with 38 deaths per 100,000 inhabitants per year, it ranks third in the world, just behind the African countries of Eritrea and Libya, at 48.4 and 40.5 respectively.

Chiang Mai City rides towards a “Green Future” in Thailand

Trinn Suwannapha's picture
Also available in: ภาษาไทย

When I was asked to produce a video about the Chiang Mai Sustainable Urban Transport Project, I thought it would be really interesting for me to see how Thailand’s second largest city had changed. The last time I visited Chiang Mai before this was 15 years ago, in the 1990s.

Ideas for a Greener Chiang Mai

Chiang Mai is now very vibrant and full of potential. There is an energetic, creative buzz about it and yet it still manages to hold on to its unique heritage and identity.

ร่วมใจปั่น กันไปสู่ "อนาคตสีเขียว" ของเมืองเชียงใหม่

Trinn Suwannapha's picture
Also available in: English

ตอนที่ผมได้รับมอบหมายให้มาทำวิดีโอเกี่ยวกับโครงการขนส่งอย่างยั่งยืนเมืองเชียงใหม่ ผมว่า คงน่าสนใจมากที่จะได้เห็น เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะครั้งสุดท้ายที่ผมมาเชียงใหม่ก็เมื่อ 15 ปีก่อน ในช่วงยุคปี ค.ศ. 90 นู้น

แนวคิดใหม่เพื่อเชียงใหม่สีเขียว

ตอนนี้ เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยศักยภาพ มีเสียงบอกต่อกันมาถึงความกระตือรือร้นและความริเริ่มสร้างสรรค์ แล้วก็ยังคงรักษามรดกและอัตลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนไว้

Thailand: taking the first step for a green Chiang Mai

Chanin Manopiniwes's picture
Also available in: ภาษาไทย

Everyone who travels to Thailand will want to have Chiang Mai on their list. It’s an old city which reflects the lovely northern Thai culture and has a lot of significant history behind it. My wife and I spent our first anniversary there because it’s very nice and peaceful. Chiang Mai is a place where Thais often go to recharge and take advantage of the slower pace of life. I have started recently travelling to Chiang Mai more often for work, but even that is also pleasurable.

 

 

Chiang Mai has grown so much, and so fast. We see more and more cars in the city center. The traffic jams are becoming problematic and the public transportation issue remains an unsolved problem. To help, the World Bank is supporting the Chiang Mai Municipality's vision of promoting “green mobility” with help from the Global Environment Facility (GEF). It is a small pilot project that supports non-motorized transport, such as walking and bicycling, by improving city center's walk path and bicycle lanes in the city center.

ย่างก้าวแรกสู่เชียงใหม่สีเขียว

Chanin Manopiniwes's picture
Also available in: English

ใครๆ ที่มาประเทศไทย ก็ต้องมีเชียงใหม่อยู่ในรายการเที่ยว เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองเก่าที่สะท้อนวัฒนธรรมทางเหนือของไทยได้อย่างงดงาม และยังแฝงแง่มุมทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญไว้มากมาย ผมและภรรยาไปฉลองครบรอบแต่งงานในปีแรกที่นั่นเพราะเป็นเมืองที่สงบและสวยงาม เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่คนไทยมักไปเที่ยวเพื่อพักผ่อนและดื่มด่ำกับจังหวะชีวิตที่ช้าลง ไม่นานมานี้ผมได้ไปเยือนเชียงใหม่บ่อยขึ้นเพราะเรื่องงาน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีความพึงใจ

 

 

เชียงใหม่เจริญขึ้นมากและโตเร็วมาก ในตัวเมืองเราจะเห็นรถราเพิ่มขึ้น เริ่มเกิดปัญหารถติดและปัญหาระบบขนส่งมวลชนก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ธนาคารโลกจึงช่วยสนับสนุนวิสัยทัศน์ของเทศบาลนครเชียงใหม่ที่ต้องการส่งเสริม “ยานยนต์สีเขียว” (green mobility) ด้วยการสนับสนุนจากกับกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility) นี่เป็นโครงการนำร่องเล็กๆ ที่ส่งเสริมการใช้ยานพาหนะไร้เครื่องยนต์ เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน โดยการพัฒนาทางเดินและทางจักรยานในใจกลางเมือง

โครงการแล็ปท็อป และแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาขนาดใหญ่ -- บทเรียนจาก 10 ประเทศ

Michael Trucano's picture

Also available in English

Photo by eFF-BKK
ภาพถ่าย slate กระดานฉนวน โดย Napat Chaichanasiri ผ่านการใช้ลิขสิทธิ์จากครีเอทีฟคอมมอนส์

ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีข่าวน่าสนใจจากบทความที่มาจากหลากหลายแหล่ง ตั้งแต่ จากเคนยา เรื่อง “โรงเรียนประถม 6,000 แห่งได้รับเลือกร่วมโครงการแล็ปท็อปฟรี” หรือ จากแคลิฟอร์เนียเรื่อง “ลอสแอนเจลิสเตรียมแจกไอแพดฟรี 640,000เครื่องให้นักเรียน” นี่เป็นแค่สองเรื่องจากที่มีอยู่มากมาย ที่ชี้ให้เห็นถึง การนำคอมพิวเตอร์พกพา (แล็ปท็อป และแท็บเล็ต) มาใช้ในโรงเรียนทั่วโลกอย่างรวดเร็วขึ้นและเป็นจำนวนมากขึ้น ถ้ามองจากค่าใช้จ่ายเพียงด้านเดียว ซึ่งอาจจะมีมูลค่ามหาศาลได้แล้ว ข่าวเหล่านี้บ่งชี้ว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในโรงเรียน เริ่มที่จะเข้ามาเป็นศูนย์กลางของนโยบายและกระบวนการวางแผนด้านการศึกษา ในหลายประเทศทั่วทุกทวีป ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน

โครงการแบบนี้เป็นความคิดที่ดีหรือไม่? นั่นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ผมพบว่า โดยส่วนมากข้อเสียของโครงการลักษณะนี้จะซ่อนอยู่ในรายละเอียด (และการวิเคราะห์ความคุ้มทุน) อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า โครงการเหล่านี้กำลังเกิดขึ้น บ้างให้ผลดี บ้างก็มากับผลเสีย ทั้งยังเกิดถี่ขึ้น และจำนวนมากขึ้น เห็นได้จากคำถามต่อไปนี้

Pages