Syndicate content

Education

การศึกษาที่มีคุณภาพเพื่อเด็กนักเรียนไทยอีกหนึ่งล้านคนในโรงเรียนขนาดเล็ก

Lars Sondergaard's picture
Also available in: English

ผลการทดสอบล่าสุดของโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ส่งสัญญาณเตือนประเทศไทยหลายอย่าง
 
ประการแรกคือ ลำดับของประเทศไทยตกลงกว่าเดิม (การอ่านตกจากลำดับที่ 51 ไปอยู่ที่ 64 คณิตศาสตร์จากลำดับที่ 50 ตกไปที่ 55 และวิทยาศาสตร์จากลำดับที่ 50 ตกไปที่ลำดับ 54)
 
ประการที่สอง ระบบการศึกษาส่งผลให้เกิดนักเรียนจำนวนเล็กน้อยที่มีผลการทดสอบสูงกว่าค่าเฉลี่ย กล่าวคือ มีนักเรียนไทยแค่ร้อยละ 1.4  ที่มีทักษะการแก้ไขปัญหา และการวิเคราะห์เหตุผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย  ในขณะที่นักเรียนสิงคโปร์มีร้อยละ 35 และนักเรียนในกลุ่มประเทศ OECD อยู่ที่ร้อยละ 15
 
ประการสุดท้าย จำนวนนักเรียนไทยที่อ่านหนังสือออกแต่ไม่เข้าใจเนื้อหาเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 33 ในปี พ.ศ. 2555 เป็นร้อยละ 50 ในปี พ.. 2558.
 

แรงงานที่มีทักษะและR&D ที่แข็งแกร่งคือกุญแจสำคัญสำหรับประเทศไทย 4.0

Dilaka Lathapipat's picture
Also available in: English


รัฐบาลไทยได้ริเริ่มนโยบายเศรษฐกิจหลายประการซึ่งล้วนมีศักยภาพให้เศรษฐกิจก้าวต่อไปข้างหน้า เพื่อให้บรรลุการปรับเปลี่ยนด้านโครงสร้างเศรษฐกิจให้สำเร็จนั้น การมีกำลังแรงงานที่มีทักษะและการมียุทธศาสตร์การลงทุนในเรื่องการวิจัยและพัฒนา (R&D) มากขึ้น เป็นสิงจำเป็นอย่างยิ่ง

เป็นเวลากว่าสี่สิบปีที่เศรษฐกิจไทยเคยเติบโตอย่างน่าประทับใจที่ร้อยละ 7.7 แต่ได้ลดลงเหลือร้อยละ 3.3 ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2558 หากประเทศไทยเติบโตเช่นนี้ ต้องใช้เวลากว่ายี่สิบปีเพื่อบรรลุเป้าหมายการก้าวเป็นประเทศที่มีรายได้สูง

รายงานล่าสุดของธนาคารโลก “กลับสู่เส้นทาง: ฟื้นฟูการเติบโตและประกันความมั่งคั่งสำหรับทุกคน” พบว่าเหตุผลหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงคือการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน

เมื่อสิบปีก่อน สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ได้จัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต่างๆ ของประเทศทั่วโลกพบว่า ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันหลายตัที่นำหน้าประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอย่างชัดเจน

แต่ทุกวันนี้ ประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางอื่นๆ ไล่ตามประเทศไทยทัน อีกทั้งหลายประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าในภูมิภาคยังได้ก้าวนำประเทศไทยไปแล้วในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านความพร้อมทางเทคโนโลยี การอุดมศึกษาและการฝึกอบรม นวัตกรรม การพัฒนาตลาดการเงิน สถาบัน และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ

ให้การศึกษาที่ดีกว่าแก่เด็กในโรงเรียนขนาดเล็ก

Lars Sondergaard's picture
Also available in: English

ระหว่างที่ผมและดิลกะเดินทางไปทำงานที่จังหวัดอุดรธานี เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนขนาดเล็กนอกตัวเมือง  โรงเรียนเหล่านี้ก็เหมือนกับโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่กว่า 15,000 แห่งในประเทศไทย ซึ่งมีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน

หากเป็นเมื่อสิบปีก่อน โรงเรียนแต่ละแห่งนี้จะมีจำนวนนักเรียนมากกว่านี้ถึงสามเท่า แต่เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนนักเรียนได้ลดลงเนื่องจากอัตราการเกิดลดลงมาก นอกจากนี้ การคมนาคมที่สะดวกขึ้นทำให้บางครอบครัวสามารถส่งลูกไปโรงเรียนที่ดีกว่าในตัวเมืองอุดรธานีได้

นอกจากโรงเรียนที่เราไปเยี่ยมแล้วก็ยังมีโรงเรียนอื่นๆ อีกที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันอีกเจ็ดแห่งในรัศมีระยะสามกิโลเมตร หลายโรงเรียนในกลุ่มนี้ได้ลดขนาดลงเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก

โรงเรียนหลายแห่งอยู่ในภาวะขาดครูที่จะให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่นักเรียน เนื่องจากโรงเรียนอยู่ในภาวะลำบากที่จะดึงดูดหรือรักษาครูที่มีคุณภาพเอาไว้ไ ระหว่างที่เราได้เยี่ยมชมโรงเรียนนั้น ครูใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า โรงเรียนขาดครูสอนภาษาอังกฤษที่เก่ง ครูหลายคนเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย และยังไม่มีประสบการณ์การสอน  นอกจากนี้ครูใหญ่ยังเกรงว่าครูใหม่เหล่านี้จะสอนที่โรงเรียนได้ไม่นาน จากนั้นจะหาทางย้ายไปบรรจุที่โรงเรียนอื่นๆ ที่อยู่ในเมืองหรือเขตเมือง

เพศสถานะในโรงเรียนไทย: เราเติบโตมาในแบบที่เราได้รับการสั่งสอนในโรงเรียนหรือไม่?

Pamornrat Tansanguanwong's picture
Also available in: English
ขณะที่ฉันรอสัมภาษณ์คุณครูท่านหนึ่งที่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลในประเทศไทย ภาพโรงอาหารในช่วงพักกลางวันทำให้ฉันหวนนึกถึงวันเวลาในวัยเด็ก ระหว่างนั้นฉันมีโอกาสพูดคุยและถามเด็กนักเรียนสองสามคนไปพลางๆ ว่าโตขึ้นพวกเขาอยากเป็นอะไร เด็กผู้ชายคนหนึ่งตอบว่า “ผมอยากเป็นหมอครับ” และเด็กผู้หญิงอีกคนตอบว่า “หนูอยากเป็นพยาบาลค่ะ” คำตอบของเด็กๆ ชวนให้ฉันคิดว่าค่านิยมทางเพศนั้นมีบทบาทขึ้นในชีวิต เมื่อตอนที่เราอายุยังน้อยขนาดนี้เลยหรือ
 
ครอบครัวและโรงเรียนเป็นสถาบันหลักของเด็กๆ ในการเรียนรู้เกี่ยวกับบรรทัดฐานต่างๆ ของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียน ซึ่งเป็นสถานที่ๆ เด็กๆ จะได้เรียนรู้วิธีการเข้าสังคม ค่านิยมต่างๆ และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ซึ่งรวมถึงเรื่องเพศสถานะด้วย
 
ในความเชื่อของหลายคน โรงเรียนนั้นมีอิทธิพลอย่างสูงในการสร้างค่านิยมเรื่องเพศ และที่ผ่านมานั้นงานวิจัยเชิงประจักษ์ในประเทศไทยยังมีไม่มากพอที่จะสร้างความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับประเด็นนี้
 
ในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานกิจการสตรี (PCWA) ได้ดำเนินโครงการศึกษา 2 โครงการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ และธนาคารโลก เพื่อสร้างงานวิจัยเชิงประจักษ์ในเรื่องของเพศสถานะในระบบการศึกษาไทย โดยมีจุดมุ่งหมายในสนันสนุนหรือกำจัดสมมติฐานต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องกรอบความคิดและอคติทางเพศว่ามีการการเรียนรู้ การสอน การแบ่งปัน หรือ การถ่ายทอดอย่างไรในประเทศไทย 
 

โครงการแล็ปท็อป และแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาขนาดใหญ่ -- บทเรียนจาก 10 ประเทศ

Michael Trucano's picture

Also available in English

Photo by eFF-BKK
ภาพถ่าย slate กระดานฉนวน โดย Napat Chaichanasiri ผ่านการใช้ลิขสิทธิ์จากครีเอทีฟคอมมอนส์

ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีข่าวน่าสนใจจากบทความที่มาจากหลากหลายแหล่ง ตั้งแต่ จากเคนยา เรื่อง “โรงเรียนประถม 6,000 แห่งได้รับเลือกร่วมโครงการแล็ปท็อปฟรี” หรือ จากแคลิฟอร์เนียเรื่อง “ลอสแอนเจลิสเตรียมแจกไอแพดฟรี 640,000เครื่องให้นักเรียน” นี่เป็นแค่สองเรื่องจากที่มีอยู่มากมาย ที่ชี้ให้เห็นถึง การนำคอมพิวเตอร์พกพา (แล็ปท็อป และแท็บเล็ต) มาใช้ในโรงเรียนทั่วโลกอย่างรวดเร็วขึ้นและเป็นจำนวนมากขึ้น ถ้ามองจากค่าใช้จ่ายเพียงด้านเดียว ซึ่งอาจจะมีมูลค่ามหาศาลได้แล้ว ข่าวเหล่านี้บ่งชี้ว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในโรงเรียน เริ่มที่จะเข้ามาเป็นศูนย์กลางของนโยบายและกระบวนการวางแผนด้านการศึกษา ในหลายประเทศทั่วทุกทวีป ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน

โครงการแบบนี้เป็นความคิดที่ดีหรือไม่? นั่นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ผมพบว่า โดยส่วนมากข้อเสียของโครงการลักษณะนี้จะซ่อนอยู่ในรายละเอียด (และการวิเคราะห์ความคุ้มทุน) อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า โครงการเหล่านี้กำลังเกิดขึ้น บ้างให้ผลดี บ้างก็มากับผลเสีย ทั้งยังเกิดถี่ขึ้น และจำนวนมากขึ้น เห็นได้จากคำถามต่อไปนี้