Syndicate content

Thailand

A Greener Growth Path to Sustain Thailand’s Future

Ulrich Zachau's picture
Also available in: ภาษาไทย

Global experience shows that growing first and cleaning up later rarely works. Rather, it is in countries’ interest to prioritize green and clean growth. This also holds true for Thailand, a country with rich natural resources contributing significantly to its wealth.

According to World Bank data, annual natural resource depletion in Thailand accounted for 4.4 percent of Gross National Income in 2012, and it has been rising rapidly since 2002. The rate of depletion is comparable to other countries in the East Asia and Pacific region, but it is almost three times faster than the rate in the 1980s. 

Rapid natural resource depletion in Thailand is increasingly visible in reduced forest areas. Illegal logging and smuggling have led to a decline from 171 million rai of forested area in 1961 to 107.6 million rai in 2009. Coastal communities face erosion, ocean waste, and illegal, destructive fishing. The coasts are also increasingly vulnerable to storm surges and sea level rise, due to continued destruction of mangroves and coral reefs.

เส้นทางการเติบโตสีเขียวเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย

Ulrich Zachau's picture
Also available in: English

ประสบการณ์จากประเทศทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าการให้ความสำคัญ กับการเติบโตทางเศรษฐกิจก่อน แล้วค่อยแก้ไขเรื่องสิ่งแวดล้อมภายหลังนั้นอาจไม่สำเร็จ เมื่อเทียบกับประเทศที่ใส่ใจและให้ความสำคัญ กับเรื่องการเติบโตที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับประเทศไทยซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจและความมั่งคั่งของประเทศ 

จากข้อมูลของธนาคารโลกพบว่าเมื่อปี 2555 อัตราการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติต่อปีของไทยนั้นอยู่ 4.4% จากรายได้ประชาชาติรวมของประเทศ และสูงกว่าปี 2545 อย่างมาก แม้ว่าอัตรานี้จะไม่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก แต่สำหรับประเทศไทยนั้นนับว่าเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าจากช่วงปี 2523-2533 

การสูญเสียพื้นที่ป่าเป็นตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติไทยที่สูงขึ้นได้อย่างชัดเจน การตัดไม้เถื่อนและการลักลอบตัดไม้ส่งผลให้พื้นที่ป่าของไทยลดลงจาก 171 ล้านไร่ในปีพ.ศ. 2504 เหลือเพียง 107.6 ล้านไร่ในปี 2552 ชุมชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลกำลังเผชิญกับภาวะกัดเซาะชายฝั่ง ขยะในทะเล และการลักลอบจับปลาแบบผิดกฎหมาย ชายฝั่งทะเลไทยเผชิญกับความเสี่ยงอันเกิดจากคลื่นพายุซัดชายฝั่งและน้ำทะเลสูงขึ้นอันเป็นผลจากการทำลายพื้นที่ป่าโกงกางและแนวปะการังอย่างต่อเนื่อง

LGBTI ในประเทศไทย: ข้อมูลใหม่แสดงเส้นทางสู่การเป็นหนึ่งเดียว กับสังคมยิ่งกว่าที่เคย

Ulrich Zachau's picture
Also available in: English

พรุ่งนี้เป็นวันสากลยุติความเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน คนข้ามเพศ และคนรักสองเพศ แนวคิดหลักของงานในวันสำคัญปีนี้คือ ครอบครัว ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตพวกเราทุกคน เป็นสิ่งที่เราใส่ใจเป็นลำดับแรก และเป็นสิ่งสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด  

LGBTI in Thailand: New data paves way for more inclusion

Ulrich Zachau's picture
Also available in: ภาษาไทย

Tomorrow is the International Day against Homophobia, Transphobia, and Biphobia. This year, the global theme for this important day is family. Family is vital for all of us, it is what we care about first and foremost.  

ประเทศไทยเดินหน้าปฏิรูป เพื่อความสะดวกในการประกอบธุรกิจ

Ulrich Zachau's picture
Also available in: English


เจ้าของธุรกิจไทยในเชียงใหม่อาจเปิดรีสอร์ทเพื่อบริการลูกค้าในประเทศรวมถึงนักท่องเที่ยว เขาอาจจะใช้เวลาสองเดือนเพื่อจัดตั้งธุรกิจหลังจากที่เขาหาสถานที่ พนักงานและจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจได้แล้ว โดยรวมแล้วการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น 

ในขณะเดียวกัน ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเวียดนามและสนใจที่จะมาลงทุนเปิดร้านอาหารโดยมีงบลงทุน 3 ล้านบาทในไทยก็มีประสบการณ์ที่ต่างออกไป เธอพบว่าการจัดตั้งธุรกิจทำได้ไม่ง่ายนัก เว็บไซต์ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย และมีเรื่องเอกสารประกอบการจัดตั้งธุรกิจที่ทำให้เธอกังวลใจ การได้ใบอนุญาตทำงานและการได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจก็ใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ 


Thailand steps up reforms to make doing business easier

Ulrich Zachau's picture
Also available in: ภาษาไทย

A Thai business owner in Chiang Mai might open a small resort serving local people as well as tourists. It would probably take him about two months to set up his business after finding the location, staff and getting the company registered. He would find it reasonably easy to start his business.    

At the same time, a foreign investor living in Vietnam and considering whether to invest 3 million baht in Thailand to start a restaurant might have a different experience. She would likely find the process a bit complex and challenging. Most websites with the relevant information are written in Thai, the paperwork involved in registering a company can be pretty daunting for foreigners, and getting work permits and a business license can take longer than expected.

How do we achieve sustained growth? Through human capital, and East Asia and the Pacific proves it

Michael Crawford's picture
Students at Beijing Bayi High School in China. Photo: World Bank


In 1950, the average working-age person in the world had  almost three years of education, but in East Asia and Pacific (EAP), the  average person had less than half that amount. Around this time, countries in  the EAP  region put themselves on a path that focused on growth  driven by human capital. They made significant and steady investments in  schooling to close the educational attainment gap with the rest of the world. While  improving their school systems, they also put their human capital to work in  labor markets. As a result, economic growth has been stellar: for four decades  EAP has grown at roughly twice the pace of the global average. What is more, no  slowdown is in sight for rising prosperity.

High economic growth and strong human capital accumulation  are deeply intertwined. In a recent paper, Daron Acemoglu and David Autor explore  the way skills and labor markets interact: Human capital is the central  determinant of economic growth and is the main—and very likely the only—means  to achieve shared growth when technology is changing quickly and raising the  demand for skills. Skills promote productivity and growth, but if there are not  enough skilled workers, growth soon chokes off. If, by contrast, skills are abundant and  average skill-levels keep rising, technological change can drive productivity  and growth without stoking inequality.

การศึกษาที่มีคุณภาพเพื่อเด็กนักเรียนไทยอีกหนึ่งล้านคนในโรงเรียนขนาดเล็ก

Lars Sondergaard's picture
Also available in: English

ผลการทดสอบล่าสุดของโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ส่งสัญญาณเตือนประเทศไทยหลายอย่าง
 
ประการแรกคือ ลำดับของประเทศไทยตกลงกว่าเดิม (การอ่านตกจากลำดับที่ 51 ไปอยู่ที่ 64 คณิตศาสตร์จากลำดับที่ 50 ตกไปที่ 55 และวิทยาศาสตร์จากลำดับที่ 50 ตกไปที่ลำดับ 54)
 
ประการที่สอง ระบบการศึกษาส่งผลให้เกิดนักเรียนจำนวนเล็กน้อยที่มีผลการทดสอบสูงกว่าค่าเฉลี่ย กล่าวคือ มีนักเรียนไทยแค่ร้อยละ 1.4  ที่มีทักษะการแก้ไขปัญหา และการวิเคราะห์เหตุผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย  ในขณะที่นักเรียนสิงคโปร์มีร้อยละ 35 และนักเรียนในกลุ่มประเทศ OECD อยู่ที่ร้อยละ 15
 
ประการสุดท้าย จำนวนนักเรียนไทยที่อ่านหนังสือออกแต่ไม่เข้าใจเนื้อหาเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 33 ในปี พ.ศ. 2555 เป็นร้อยละ 50 ในปี พ.. 2558.
 

Providing quality education to one million students in Thailand’s small schools

Lars Sondergaard's picture
Also available in: ภาษาไทย

The Organization for Economic Cooperation and Development’s latest Program for International Student Assessment (PISA) results brought several pieces of alarming news for Thailand.
 
First, Thailand’s ranking slipped further (from 51st to 64th in reading; 50th to 55th in Mathematics; and 50th to 54th in Science).
 
Second, the education system produces a disturbingly small share of “high performers” – only 1.4 percent of Thai students demonstrated superior problem solving and analytical reasoning skills compared to 35 percent of students in Singapore, and 15 percent, on average, in the OECD.
 
Third, the share of functional illiterate students rose further: from 33 percent in 2012 to 50 percent in 2015.
 

แรงงานที่มีทักษะและR&D ที่แข็งแกร่งคือกุญแจสำคัญสำหรับประเทศไทย 4.0

Dilaka Lathapipat's picture
Also available in: English


รัฐบาลไทยได้ริเริ่มนโยบายเศรษฐกิจหลายประการซึ่งล้วนมีศักยภาพให้เศรษฐกิจก้าวต่อไปข้างหน้า เพื่อให้บรรลุการปรับเปลี่ยนด้านโครงสร้างเศรษฐกิจให้สำเร็จนั้น การมีกำลังแรงงานที่มีทักษะและการมียุทธศาสตร์การลงทุนในเรื่องการวิจัยและพัฒนา (R&D) มากขึ้น เป็นสิงจำเป็นอย่างยิ่ง

เป็นเวลากว่าสี่สิบปีที่เศรษฐกิจไทยเคยเติบโตอย่างน่าประทับใจที่ร้อยละ 7.7 แต่ได้ลดลงเหลือร้อยละ 3.3 ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2558 หากประเทศไทยเติบโตเช่นนี้ ต้องใช้เวลากว่ายี่สิบปีเพื่อบรรลุเป้าหมายการก้าวเป็นประเทศที่มีรายได้สูง

รายงานล่าสุดของธนาคารโลก “กลับสู่เส้นทาง: ฟื้นฟูการเติบโตและประกันความมั่งคั่งสำหรับทุกคน” พบว่าเหตุผลหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงคือการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน

เมื่อสิบปีก่อน สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ได้จัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต่างๆ ของประเทศทั่วโลกพบว่า ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันหลายตัที่นำหน้าประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอย่างชัดเจน

แต่ทุกวันนี้ ประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางอื่นๆ ไล่ตามประเทศไทยทัน อีกทั้งหลายประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าในภูมิภาคยังได้ก้าวนำประเทศไทยไปแล้วในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านความพร้อมทางเทคโนโลยี การอุดมศึกษาและการฝึกอบรม นวัตกรรม การพัฒนาตลาดการเงิน สถาบัน และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ

Pages