Syndicate content

Add new comment

ร่วมใจปั่น กันไปสู่ "อนาคตสีเขียว" ของเมืองเชียงใหม่

Trinn Suwannapha's picture
Also available in: English

ตอนที่ผมได้รับมอบหมายให้มาทำวิดีโอเกี่ยวกับโครงการขนส่งอย่างยั่งยืนเมืองเชียงใหม่ ผมว่า คงน่าสนใจมากที่จะได้เห็น เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพราะครั้งสุดท้ายที่ผมมาเชียงใหม่ก็เมื่อ 15 ปีก่อน ในช่วงยุคปี ค.ศ. 90 นู้น

แนวคิดใหม่เพื่อเชียงใหม่สีเขียว

ตอนนี้ เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยศักยภาพ มีเสียงบอกต่อกันมาถึงความกระตือรือร้นและความริเริ่มสร้างสรรค์ แล้วก็ยังคงรักษามรดกและอัตลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนไว้

เชียงใหม่ยังดึงดูดผู้คนให้เข้ามาอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น แรงงานต่างด้าวจากอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ชาวต่างชาติที่ย้ายเข้ามาทำงาน และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ก็ต่างเดินทางมาเยี่ยม ผมรู้จักเจ้าของกิจการหลายคนจากกรุงเทพและต่างประเทศเลือกที่จะมาอยู่ทำธุรกิจที่นี่ แล้วก็ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามา ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดของจีนเรื่อง Lost in Thailand (แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์) มาถ่ายทำที่เชียงใหม่ และกระตุ้นการท่องเที่ยวของที่นี่อย่างเห็นได้ชัด

เมื่อดูโครงสร้างพื้นฐานของเชียงใหม่ที่ต้องรองรับทุกคนเหล่านี้แล้ว เรื่องสำคัญๆ อย่าง น้ำประปา ไฟฟ้า และเครือข่ายโทรคมนาคม ก็พร้อมอยู่ ขาดแต่เรื่องเดียวที่ทำให้ผมเอะใจ ก็คือ การจราจรที่แทบจะไม่แตกต่างจากเมื่อ 15 ปีก่อน ตัวเมืองเชียงใหม่ที่มีอายุ 700 ปีรายรอบไปด้วยคูน้ำรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีแม่น้ำปิงอยู่ทางทิศตะวันออก และดอยสุเทพอยู่ทางตะวันตก ท้องถนนในตัวเมืองเก่าแห่งนี้จึงไม่สามารถขยายออกไปได้อีก

สำหรับคนมาเยือนอย่างผม ตัวเลือกหลักๆ เวลาไปไหนมาไหนก็คือ รถสองแถว (หรือรถแดงที่เขาเรียกกัน) และรถตุ๊กตุ๊ก ที่ผมมาคราวก่อน ก็เดินทางด้วยทั้งสองอย่างนี้ อีกทางเลือกหนึ่งก็เช่ารถขับไป ส่วนคนท้องถิ่น ทางออกก็คือการใช้รถยนต์หรือจักรยานยนต์ส่วนตัว

การเจริญเติบโตของเมืองนั้นต้องแลกกับบางสิ่ง พอถนนมีรถเพิ่มขึ้น การจราจรก็แย่ลง แรงสั่นสะเทือนของเสียงที่ออกมาจากรถใหญ่สามารถทำลายกำแพงโบราณสถาน หรือศาสนสถานอันล้ำค่าได้ ควันและไอเสียจากรถยนต์ทั้งบั่นทอนสุขภาพ และยังช่วยก่อให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกด้วย

แล้วจะมีทางแก้รึเปล่า? ผมมองภายใจกลางคูเมืองรูปสี่เหลี่ยมนี้แล้วก็นึกได้ว่า ที่จริงผู้คนสามารถเดินเท้าไปได้สบายๆ ถ้าอยากจะเดินกัน และผมสังเกตว่า มีร้านให้เช่าจักรยานอยู่ทุกที่

ผมลองขี่จักรยาน ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ในแง่ดี จิตวิตกมันพุ่งเข้ามาตอนที่รถขับซิ่งทั้งหลายมารายล้อมรอบตัว ถึงผมเป็นเซียนปั่นจักรยานอยู่กับที่ในยิม ซึ่งก็ไม่ช่วยอะไร และการปั่นจักรยานคงน่าอภิรมย์ขึ้น ถ้ามีต้นไม้สีเขียวมาดูดซับไอร้อนมากกว่านี้

ชาวเชียงใหม่บางคนก็เห็นตรงกับผม ดูได้จากวิดีโอด้านบน

เรายังมีภาพแม่หญิงกางจ้องปั่นรถถีบอยู่ในความทรงจำ ผมอยากจินตนาการว่า ภาพจำดั้งเดิมของเชียงใหม่นี้ฟื้นคืนมาอีกครั้งในสำนึกของคนไทย ที่ผู้คนสามารถขี่จักรยานไปทำงานหรือไปเรียนได้ แทนการใช้รถยนต์หรือจักรยานยนต์ที่ปล่อยควันเสียออกมา

บางคนอาจบอกว่า รถราที่ทะลักเต็มท้องถนนในขณะที่เมืองเจริญเติบโตไป อย่างเช่นที่นครเชียงใหม่นี้ เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นกับเมืองอันดับรองอื่นๆ ในไทย และในประเทศกำลังพัฒนา แต่พวกเขาสามารถเลือกเส้นทางสีเขียวได้ ตอนที่ผมผลิตวิดีโอและสัมภาษณ์ผู้คนที่นี่ ก็เห็นได้ชัดว่า เขามีความห่วงใยเมืองเชียงใหม่และชุมชนของพวกเขาจริงๆ นี่คือเป็นจุดเริ่มต้นที่งดงามแล้ว

แล้วในจังหวัดของคุณ คุณเดินทางในเมืองอย่างไร? อะไรคือทางเลือกสีเขียวที่ดีในการจราจร?